การจัดงานแจกประกาศนียบัตรแก่นักศึกษานอกโรงเรียน
......................................................................................

3.ปัญหาของอุปกรณ์การเรียน+การสอน มีอะไรบ้าง

เข้าใจว่าการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาใหม่แบบเรียนด้วยตนเองนั้น ผู้เรียนจะต้องให้เวลามากพอสมควรในการทำความเข้าใจในบทเรียน เนื่องจากหลักสูตรใหม่นี้เน้นการรู้จักคิด สร้างสรรค์ รู้จักการฝึกหัดเขียนโครงงานหรือเรื่องราวที่มาจากความนึกคิด หาเหตุผลของตนเอง จะต่างไปจากการศึกษาเดิมๆที่จะฝึกในด้านการจำเพื่อสอบให้ได้ อยากฝากบอกผู้เรียนทุกท่านว่าอย่าเกรงใจที่จะโทรศัพท์ไปปรึกษาอาจารย์ประจำของท่านหากท่านสงสัยในบทเรียนหรือไม่เข้าใจอะไร มีความคิดเห็นที่ต่างไป อาจารย์ทุกท่านยินดีที่จะให้คำแนะนำกับท่าน ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างที่อาจารย์บอกจะถูกหมด ท่านมีสิทธิ์ทุกอย่างที่จะโต้แย้งหรือไม่เห็นด้วย โดยส่วนตัวจะยินดีมากหากมีผู้เรียนที่มีความคิดเป็นของตัวเองและกล้าแสดงความคิดเห็นนั้นออกมา

4.ปัญหาของ นศ.ที่ลงทะเบียนเท่าที่อาจารย์ได้สัมผัสผ่านมาหลังจัดตั้งศูนย์การศึกษาทางไกลลวูร์สบวร์ก

ปัญหาด้านการลงทะเบียนของนักเรียนส่วนใหญ่จะอยู่ที่เอกสารที่จัดส่งมาให้ไม่ครบ เช่น เรื่องนามสกุลที่ใช้หลังการสมรสซึ่งไม่ตรงกับนามสกุลของวุฒิบัตรก็จำเป็นต้องแนบสำเนาใบทะเบียนสมรสมาด้วย การเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลหลายครั้งก็เป็นปัญหาที่จะต้องหาเอกสารหลายใบมารับรองตามกันเป็นทอดๆ หรือแม้กระทั่งการขอเทียบโอนวิชาของผู้เรียนก็ต้องใช้เวลานานป็นเดือนๆกว่าที่จะทราบผลการเทียบโอนวิชานั้นผู้เรียนก็อาจเสียเวลารอหนึ่งเทอมเต็มๆ เป็นต้น ดังนั้นอยากฝากถึงผู้สนใจทั่วไปว่าเอกสารต่างๆที่ท่านมีมาตลอดช่วงอายุของท่านไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยก็ตามขอให้เก็บเอกสารต่างๆไว้พร้อมที่จะสามารถเรียกหาได้ทุกเมื่อ อย่ามีความคิดว่า อันนี้คงไม่ใช้ไม่ต้องเก็บไว้ ฝากไว้ที่ไหนก็ไม่รู้ เป็นต้น

5.วิสัยทัศน์ของอาจารย์เองเกี่ยวกับการให้เความเท่าเทียมทางการศึกษากับคนไทยนอกประเทศแล้วผลกระทบด้านบวกจะตามมาแก่ ตัวนศ.เอง ครอบครัว สังคม และแก่บ้านเมืองไทยอย่างไร

อันนี้ตอบยากคะหากถามถึงความเท่าเทียมกันทางการศึกษาของคนไทยที่อยู่ต่างประเทศกับในประเทศไทยนั้นเชื่อว่าคนไทยในต่างประเทศมีโอกาสที่จะเรียนรู้หรือพัฒนาตนเองได้มากกว่าคนไทยในประเทศไม่ว่าจะเป็นการเรียนระดับล่างหรือระดับสูงหรือการเรียนในโรงเรียน, นอกโรงเรียน แต่จะมีข้อจำกัดในด้านการศึกษาอยู่ที่หากไม่รู้ภาษาของประเทศนั้นโอกาสจะพัฒนาตนเองอย่างเต็มที่ก็จะน้อยลงด้วย ส่วนจะมีผลกระทบต่อตนเอง ครอบครัวและสังคมไทยอย่างไรนั้น ขึ้นกับพื้นฐานและวิสัยทัศน์ของแต่ละคนด้วยคะ ในการที่จะนำสิ่งที่ได้พบ ได้เห็นหรือเรียนรู้มาใช้กับสังคมรอบด้านของตัวเองแบบทางบวกหรือลบ แต่โดยภาพรวมแล้วเชื่อว่าคนไทยทีอยู่นอกประเทศจะมีความเป็นตัวเองมากขึ้น กล้าแสดงออก (แต่คงไม่ถึงก้าวร้าว) รู้จุดยืนของตัวเองมากขึ้น (แทนที่จะเป็นผู้ตามเสมอในบ้านเรา) ซึ่งหากนำไปใช้ในบ้านเราอย่างถูกทางก็จะเป็นผลทางบวกกับสังคมไทย เป็นต้น

เรื่องความเท่าเทียมกันทางการศึกษาแม้แต่ในบ้านเราเองก็จะเห็นได้ชัดแจ้งว่ามีความไม่เท่าเทียมกัน
อย่างเห็นได้ชัดระหว่างการศึกษาในเมืองใหญ่กับเมืองชนบท คนรวยกับคนจนไม่มีทางที่จะมาเรียนอยู่ในโรงเรียนเดียวกันได้ เชื่อว่าไม่เฉพาะความเท่าเทียมกันด้านการศึกษาจะสำคัญที่สุด การกระจายการศึกษาควรจะต้องทำให้ได้ผลด้วยในทางปฏิบัตินั่นคือ คนไทยทุกคนสามาถอ่าน เขียนภาษาไทยได้ดีเมื่อจบการศึกษาชั้นประถม ๖ ในความเป็นจริง (แม้ว่าการศึกษาภาคบังคับของไทยปัจจุบันระบุถึง มัธยม ๓ แล้ว หากผู้เรียนได้วุฒินี้ไปโดยที่ภาษาไทยไม่แตกฉาน ก็คงชี้ให้เห็นระบบการศึกษาไทยที่ล้มเหลวในทางปฏิบัตินั่นเอง)

โดย ดร.นิลุบล Haas

< < กลับไปหน้า 1