| |
|
|
| |
บทบรรณาธิการ
"สุภาพสตรีที่เป็นคนสำคัญๆก็มิใช่น้อย"(Apostel
geschichte17,4 .ความอลหม่านในเธสะโลนิกา)
นิตยสารนิรนารีฉบับที่ 27 Theme เชิดชูบทบาทสตรี เนื่องในวันแม่ 12 สิงหาคม
ซึ่งตรงกับวโรกาสเฉลิมพระเกียรติพระบรมราชินีนาถ และเป็นวันที่คณะรัฐมนตรี
ได้มีมติเห็นชอบอนุมัติ ให้ประกาศใช้ปฏิญญาสตรีไทยอย่างเป็นทางการ โดยให้หน่วยงานภาครัฐ
ภาคเอกชน องค์กรธุรกิจสื่อมวลชน และประชาชนร่วมมือกัน ในการพัฒนาสตรี
รวมทั้งการพิทักษ์สิทธิผลประโยชน์ของสตรี
*กลางปีนี้อีกครั้งแล้วกับข่าวสะเทือนโลก
นางอองซาน ซูคะยี หัวหน้าพรรคการเมือง NLDเพื่อนสตรีนักประชาธิปไตย รางวัลโนเบลเพื่อสันติภาพ
ผู้ต่อสู้ทางการเมือง แห่งสหภาพพม่า ถูกคุกคามจากฝ่ายอำนาจบุกจับกุมตัวโดยทหารสลอร์ค
SPDC ผู้ท้าทายความถูกต้อง และแสงแห่งประชาธิปไตยในชุมชนโลก
*อ่านรายงานเรื่อง Licence to Rape
จาก The Burmese military regime's use of sexual violence in
the ongoing war in ShanStateในฉบับแล้ว เพื่อนหญิงไทยในเยอรมันและคนทั่วไป
คงจะนึกไม่ถึงว่าเด็กหญิงที่บริสุทธิ์และสตรีกลุ่มหนึ่ง ในส่วนหนึ่งของโลก
ได้รับ การคุกคามทารุณกรรม ในขณะที่พวกเราใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความสะดวกสบายของเครื่องมือสื่อสารในยุคไฮเทค
(อ่านในฉบับ)หรือ กรณีเพื่อนหญิง จากแอฟริกาถูกพ่อหรือพี่ชายล่วงละเมิด
ในเวลากลางคืน กลางวันต้องปิดปากเงียบ โดยถือเป็นประเพณี ของเขา ซึ่งถูกกำหนดโดยผู้ชาย
ฯลฯ
*ค่านิยมหมกมุ่นทางเพศในเด็ก"ดิฉันหมายถึงอย่างนั้นจริงๆค่ะ
เด็กผู้หญิงวัยรุ่น เขาควรมีชีวิตที่บริสุทธิ์ มีคนรักชอบพอในวัยเดียวกัน
และเกิดขึ้นโดยธรรมชาต ิของทั้งสองฝ่าย อย่างเหมาะสม แต่สังคมทุกวันนี้เราจะเห็นว่าผู้ชาย
ที่มีประสบการณ์มากกว่า และมีอำนาจมักครอบงำ ตลอดจนกดขี่ครอบครอง ละเมิดสิทธิทางเพศของเด็ก
เพื่อสนองความต้องการ ทางเพศของตน ไม่ว่าด้วยอำนาจเงิน อิทธิพล เสน่ห์เล่เหลี่ยมที่เหนือกว่า
เด็กหญิงผู้อ่อนแอเหล่านี้ ไม่มีอำนาจต่อรอง และรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงตกเป็นเหยื่อสังคมโดยปริยาย
จนชีวิตต้องตกต่ำ บวกกับความกดดัน จากสภาพแวดล้อม รอบด้านทำให้ บางรายกลายเป็น
ฆาตกร (ยกตัวอย่างอื้อฉาวกรณีลูกปลาบึกกับศักดินาไทย)
*ผู้ชายที่อ่อนแอ มีปมด้อย ไร้ความมั่นคงเขาต้องการมีเด็ก
ไว้รองรับอารมณ์เพื่อเพิ่มความมั่นใจตัวเองว่าเขาสำคัญ เด็กหญิงและผู้อ่อนแอกว่า
ในสังคมจึงถูกละเมิด อยู่ทุกวี่วัน ในกลุ่มประเทศที่มีค่านิยม หมกมุ่นตลอดจนละเมิดสิทธิทางเพศ
กับเด็ก เมื่อมีความต้องการ ในกลุ่มคนเหล่านี้ ธุรกิจจัดหาโสเภณี เด็กจึงผุดขึ้นมารองรับ
อำนาจเงินของตลาด ค่านิยมหมกมุ่นทางเพศในเด็ก ส่วนหนึ่งจึงมาจากจิตใจ
อันอ่อนแอไร้ความมั่นคง จนถึงขั้นวิปริตของผู้ชายนั่นเอง กลุ่มผู้ชายเหล่านี้เป็นกลุ่มที่น่ารังเกียจในสายตาอารยชน
*ดังนั้น หากยกระดับสังคมใหม่ให้มีการเติบโตอย่างศิวิไลย
คิดใหม่ ทำใหม่ เปลี่ยนค่านิยมผู้ชายไทย ให้ละเลิกรสนิยมหมกมุ่น
ทางเพศในเด็กอันน่ารังเกียจ โดยเริ่มเสียแต่วันนี้ เพื่อก้าวสู่มาตรฐานทางจริยธรรม
ยกระดับจิตใจของคน ในสังคมอย่างชนในอารยะประเทศ ที่เจริญแบบเคารพสิทธิของเด็ก
สู่ความเท่าเทียม เราไม่สามารถยึดติดอยู่กับค่านิยมแบบเดิม ๆ ได้อีกแล้ว
ทางคลี่คลายเรื่องนี้ คงต้องอ้างรากฐานจากการสอน ทางจิตวิญญาณให้"ยกระดับ"การเติบโตแบบศิวิไลย
ประเทศตามที่ตะวันตกเขาได้บ่มร่ำข้อมูลคนเอเชีย นิยมมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก
สนองรสนิยมศักดินามาช้านาแล้ว(มีการถวายตัว หากใครมีลูกสาววัยเริ่มเกินเด็ก
พ่อแม่ก็จะนำไปมอบส่งถวายตัว แทนศักดินาโดยได้รับการปูนบำเหน็จเป็นรางวัล)
จึงเป็นที่นิยมในหมู่ข้าราชบริพารและคนทั่วไป อันนี้คือ"ค่านิยม"ส่งเสริมการละเมิดสิทธิทางเพศ
ของเด็กอย่างไม่เคยรู้สึกผิดบาป ของพ่อแม่ไทยมาแต่โบราณ (รวมทั้งความเชื่อแบบจีนด้วย)
*เราจะเปลี่ยนค่านิยมหมกมุ่นทางเพศในเด็กจากสังคมกลุ่มตะวันออกที่เห็นเรื่อง"ฟันเอาะๆแล้วคึกคัก"ให้เติบโตได้อย่างไร
เพื่อเด็กของสังคมเหล่านั้น จะได้รับการเคารพสิทธิอย่างที่ควรจะเป็น
เราต้องช่วยกันต่อต้านค่านิยมหมกมุ่นทางเพศในเด็กที่ผิดๆ เปลี่ยนค่านิยม"หัวงู"ของผู้ชายในสังคมที่เห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดาให้หมดไป
*ตัวอย่างทางจิตวิญญาณการยอมรับสตรีมีในคริสต์ประวัติ
พระเยซูฟื้นคืนชีพเดินลุกออกจากอุโมงค์นางมารีย์ มักดารา ได้เห็นพระองค์เป็นคนแรกและถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์ไบเบิล
*การ"ยกระดับ"เปลี่ยนค่านิยม
เคยมีมาแต่สมัย 100 ปีก่อนในยุโรป ตัวอย่างเห็นชัดปรากฏในประวัติศาสตร์คือที่ประเทศอังกฤษ
เวลานั้นขี้เหล้าเต็มถนน ศีลธรรมถูกหมางเมินเด็กถูกละเมิดและข่มขืน ถูกค้าเป็นทาสบำบัดทางเพศบังคับให้ทำงานในเหมืองถ่านหินใต้ดิน
เด็กของวันเวลานั้นคงน่าสงสารไม่แพ้เมืองไทยและในพม่าของยุคไฮเทคนี้
"การฟื้นฟู"เป็นหนทางเดียวที่จะพลิกค่านิยม และยกระดับ"จิตวิญญาณ"มนุษย์ได้อย่างมีเหตุผล
**"การฟื้นฟู"ครั้งล่าสุดในประเทศเยอรมัน
เมื่อครั้งที่รัฐบาลชโรเดอร์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีใหม่ ๆ เขานำชนชาติ
ก้าวพ้นออกมาจาก ความเป็นที่เกลียดชัง ของชาวโลก ลบภาพลักษณ์ความเป็นชาตินิยม
สู่แนวสิทธิมนุษยชน และรักษ์สิ่งแวดล้อม มันยังไม่พองานฟื้นฟู ยกระดับจิตใจเป็นหน้าที่ของผู้นำทางจิตวิญญาณนั้นสำคัญมากด้วย
ช่วงนั้นผู้รับใช้ธรรม ต้องออกมาทำหน้าที่ เคลื่อนไหวทั้งทางฝ่ายตะวันออกเก่า
และฝ่ายตะวันตก เราจะเห็นงานฟื้นฟูด้วยการจัดพาเหรด ฝึกอบรม ค่ายวัยรุ่น
ฯลฯ ทุกวิธีทางละค่ะ ปราชญ์ในยุโรป ไม่ด่าเสียดสีผู้หญิงไปวันๆ กีดกันใจคับแคบ
แต่กลับ เป็นปราชญ์ ที่ยิ่งใหญ่ในการถ่อมยอม"ลง"เข้า"ขัดสี"ในทุกสังคม
โดยไม่กลัว การถูกต่อต้าน ลบล้าง เพราะพวกเขาต้องรู้มาก่อน ตอนฝึกฝนแล้วว่า
ต้องเจอกับ การต่อต้าน ในสังคม การสั่งสอนคือหน้าที่ Mission ต่อพระพักตร์ที่จะส่งผล
จะกระทบต่อคุณภาพมนุษยชาติที่ทรงรักษ์
**และยุคInternet นิตยสาร
สื่อonline สื่อสิ่งพิมพ์ทุกชนิดมีความจำเป็นต้องเคลื่อนไหวร่วมรับผิดชอบด้วย//
|
|